ทักษะในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์
จากความรู้เรื่องการทำงานของสมอง
เราทราบว่าสมองของมนุษย์ไม่ได้มีความสามารถในการจำมากนัก
สมองจะจำภาพได้ดีกว่าการจดจำสัญลักษณ์ต่างๆ
ทั้งที่เป็นตัวเลขและตัวอักษร
สมองของมนุษย์มีความสามารถในการเผชิญกับสิ่งที่ท้าทาย
เมื่อพบกับปัญหาหรืออุปสรรคที่ท้าทาย
สมองก็จะคิดค้นหาวิธีการในการแก้ปัญหาเหล่านั้น
การแก้ปัญหาที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันหรือใกล้เคียงกันซ้ำๆ
จะช่วยให้สมองพัฒนาวิธีการในการแก้ปัญหาและจำวิธีการเหล่านั้นได้
เหมือนดังการจำวิธีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ
แต่สมองไม่ชอบการกระทำที่ซ้ำซากซึ่งทำให้เกิดความเบื่อหน่าย
การสอนคณิตศาสตร์โดยมุ่งเน้นการคำนวณที่ให้ผู้เรียนท่องจำ
หรือ จำสูตรคำนวณต่างๆจึงมิใช่วิธีการที่ช่วยพัฒนาสมอง
แต่ การฝึกให้ผู้เรียน รู้จัก
ออกแบบแผนภาพในสมอง
การมองความสัมพันธ์ และ
การสร้างแบบจำลอง และเลือกวิธีแก้ปัญหา
ซึ่งเป็นสิ่งที่ท้าทายความสามารถของสมอง
ดังนั้น การฝึกแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์
จึงควรฝึกทักษะ ทั้ง 3
ทักษะ
(Visualization
, Modeling และ
Patterning
) ดังต่อไปนี้
-
ทักษะในการคิดเป็นภาพ
(Visualization)
ตัวอย่างกิจกรรม
Visualization
ภาพด้านล่างนี้ประกอบขึ้นด้วยสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีขนาดเท่ากันทุกประการ
2
ภาพ
สี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีรูปร่างและขนาดเท่ากันทุกประการ
4
ภาพและประกอบด้วย
รูปทรงครึ่งวงกลมที่มีขนาดเท่ากันทุกประการ
3
ภาพ
จงหาพื้นที่โดยรวมของภาพ
(กำหนดให้
π
เท่ากับ
3.14) 1
ในการคิดเป็นภาพ
ผู้เรียนจะมองเห็นว่า
ภาพปัญหานั้นประกอบด้วยสี่เหลี่ยมผืน
ผ้ากับสี่เหลี่ยมจัตุรัส
วางเรียงต่อกันและมีรูปครึ่งวงกลมที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง
เท่ากับความกว้างของสี่เหลี่ยมจัตุรัสเรียงต่อถัดมา
รวมยาว 70
ซ.ม.
สี่เหลี่ยมจัตุรัสมีขนาดเท่ากับสี่เหลี่ยม
ผืนผ้าสองรูปต่อเรียงกัน
ดังนั้นรูปปัญหาจึงประกอบด้วยสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีความกว้างเท่ากับครึ่งหนึ่งของความยาวด้านของรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสรวมทั้งหมด
6
รูป
บวกกับความยาวของรัศมีของรูปทรงครึ่งวงกลมซึ่งยาวเท่ากับความกว้างของรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าพอดีอีกส่วนหนึ่ง
ดังนั้นจึงทราบได้ว่าความกว้างของสี่เหลี่ยมผืนผ้าเท่ากับ
10
ซ.ม.
หรือเท่ากับ
70/7
พื้นที่ของรูปทั้งหมดจึงเท่ากับพื้นที่ของสี่เหลี่ยมผืนผ้า
x
6 บวกพื้นที่ของครึ่งวงกลม
นั่นคือ พื้นที่ทั้งหมด =
(20x10x6)+ (πr2/2)
=
1200+ (3.14x102/2)
=1357
2.
ทักษะในการสร้างแบบจำลองขึ้นในใจ
(Modeling)
ตัวอย่างกิจกรรม
Modeling 1
เบิ้มหยอดเมล็ดพืชลงในแปลงเพาะปลูกที่ทอดยาวเป็นเส้นตรง
โดยหยอดลงในหลุมที่เจาะไว้ห่างเท่าๆกันจำนวน
10
หลุม
ระยะห่างระหว่างหลุมแรกกับหลุมที่
4
คือ
24
ซ.ม.จงหาระยะห่างระหว่างหลุมแรกกับหลุมที่
10
ถ้าปราศจากการสร้างแบบจำลองขึ้นในใจ
เด็กๆอาจหาระยะห่างระหว่างแต่ละหลุมโดยใช้วิธีการหารระยะห่าง
24
ซ.ม.
ด้วยจำนวนหลุมคือ
4
ซึ่งผิด
แต่ถ้าสร้างภาพจำลองขึ้นแล้ว
เด็กก็จะรู้ว่าต้องหารด้วยระยะทางระหว่างหลุมแรกถึงหลุมที่
4
ซึ่งก็คือ
3
ดังได้กล่าวไว้แล้วว่า
สมองเรียนรู้จากการทำซ้ำ
แต่ไม่ชอบความซ้ำซาก
ดังนั้นถ้าเราปรับแต่งปัญหาข้อนี้เล็กน้อย
แล้วให้ผู้เรียนคิดแก้ปัญหา
คำตอบใหม่จะเป็นอย่างไร?
เช่น
ถ้าเราเปลี่ยนจากหลุมสำหรับหยอดเมล็ดพืชเป็นต้นไม้
คำตอบจะเป็นอย่างไร?
คำตอบที่ได้รับอาจจะเป็นว่า
เป็นไปไม่ได้ที่ต้นไม้ 4
ต้นจะอยู่ห่างกันเพียงแค่
24
ซ.ม.
เช่นนี้เป็นต้น
ตัวอย่างกิจกรรม
Modeling
2
อาร์ตตัดรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีขนาดความยาวด้านละ
3ซ.ม.
ออกจากแผ่นกระดาษรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกว้าง
10
ซ.ม.
ยาว
20
ซ.ม.
หลายรูป
อยากทราบว่าอาร์ตจะตัดสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดดังกล่าวได้กี่รูป
ตัวอย่างกิจกรรม
Modeling
3
คุณมาลีทำคุกกี้ออกมา
25
ชิ้น
คุณมาลีบรรจุคุกกี้ทั้งหมดลงในกล่องซึ่งแต่ละกล่องสามารถบรรจุคุกกี้ได้
6
ชิ้น
จงหาจำนวนกล่องที่น้อยที่สุดที่ต้องใช้ในการบรรจุคุกกี้
-
ทักษะการมองเห็นรูปแบบ
(Patterning)
ตัวอย่างกิจกรรม
Patterning
1
จงหาผลรวมของเลขคี่จากจำนวน
49
ถึง
99
ด้วย
ผู้สอนต้องพยายามให้เด็กจับจุดให้ได้ว่า
ระหว่าง1
ถึง
99
มีเลขคี่อยู่กี่ตัว
ประการต่อมาก็คือ
ผลรวมระหว่างตัวเลขที่อยู่ปลายทั้งสองด้านเป็นเท่าไร
ถ้าเด็กยังไม่เห็นภาพ
ผู้สอนอาจแนะว่า 1+99
เป็นเท่าไร
แล้วตัวเลขคู่ถัดมาล่ะ 2+98
เป็นเท่าไร
ตรงนี้เด็กๆจะต้องลองหาคำตอบด้วยตนเองด้วยความอยากรู้อยากเห็นถ้าเด็กจับจุดได้
เด็กก็จะทราบว่ามีเลขคี่อยู่
50
ตัว
สามารถจับคู่ได้ 25
คู่
แล้วเด็กก็จะสามารถแก้ปัญหาได้โดยไม่ต้องจับเลขมาบวกเรียงกันทีละตัว
ตัวอย่างกิจกรรม
Patterning
2
จงหาผลรวมของเลขคี่จากจำนวน
1
ถึง
99
1+3+5+…+97+99
วิธีการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์อย่างชาญฉลาด
วิธีการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์อย่างชาญฉลาด
คือ การนำทักษะทั้ง 3
อย่าง
ได้แก่ Visualization
, Modeling และ
Patterning
มาแก้ปัญหาร่วมกันนั่นเอง
ตัวอย่างการแก้ปัญหาโดยใช้ทักษะทั้ง
3
อย่างร่วมกัน
ปัญหา
สิถิจัดเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางแล้วนำไปชั่งดูปรากฏว่าหนัก
29
ก.ก.
ราฮิมก็จัดเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางที่มีลักษณะเหมือนกันทุกประการ
เมื่อชั่งดูปรากฏว่ากระเป๋าของราฮิมหนัก
11
ก.ก.
เสื้อผ้าของราฮิมมีเพียงหนึ่งในสามของน้ำหนักเสื้อผ้าของสิถิ
จงหา
ก.
เสื้อผ้าของราฮิมหนักเท่าไร?
ข.กระเป๋าเดินทางหนักเท่าไร?
เป็นการง่ายที่จะใช้วิธีการทางพีชคณิตในการหาคำตอบข้อนี้
แต่ถ้าเด็กยังไม่ได้
เรียนพีชคณิตล่ะ
เด็กจะใช้วิธีการสร้างภาพจำลองอย่างนี้ได้หรือไม่
ถ้ากล่องสีขาวคือเสื้อผ้า
กล่องสีดำคือกระเป๋า
ของสิถิ
=
29
ของราฮิม
=
11
เมื่อหัก
11
หรือ
กล่องของราฮิมออกแล้วก็จะพบว่า
กล่องขาว 2
กล่อง
เท่ากับ
29-11
นั่นคือ
18
กล่องขาวกล่องเดียวซึ่งหมายถึงเสื้อผ้าของ
ราฮิมก็จะหนัก
9
ก.ก.
คราวนี้ก็ทราบแล้วว่ากระเป๋าหนัก
2
ก.ก.
ลองใช้ทักษะทั้ง
3
อย่างแก้ปัญหาต่อไปนีซิ
1.
3/5
ของนักเรียนในห้องเรียนห้องหนึ่งเป็นผู้หญิง
และ 1/6
ของนักเรียนหญิง
ใส่แว่นตา
3/4
ของนักเรียนชายก็ใส่แว่นตา
นักเรียนที่ใส่แว่นตาทั้งหมดใน
ห้องมีสัดส่วนเท่าใด?
2.
อาหมัดและเหม่ยหลิงออมเงินรวมกันได้
$800
1/4
ของเงินออมของอาหมัด
มากกว่า
1/5
ของเงินออมของเหม่ยหลิงอยู่
$65
อยากทราบว่าอาหมัดมีเงินออม
มากกว่าเหม่ยหลิงอยู่เท่าไร?
3.
ปีเตอร์
เจมส์และรูธ ต่างก็สะสมแสตมป์
เจมส์กับรูธมีแสตมป์รวมกันมากกว่า
ปีเตอร์อยู่
3
เท่า
อัตราส่วนระหว่างจำนวนแสตมป์ที่เจมส์มีกับจำนวนแสตมป์ที่
รูธมี
คือ 3:
7
ปีเตอร์กับรูธมีแสตมป์จำนวนรวมกันอยู่
310
ดวง
อยากทราบว่า
ปีเตอร์มีแสตมป์กี่ดวง?
|